กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจากต่างประเทศแนะ “วิธีใช้ยาทำแท้งอย่างปลอดภัย”

วันนี้ 30 มิถุนายน 2562 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจากสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแนะนำวิธีการทำแท้งอย่างปลอดภัย เพื่อให้วัยรุ่นที่ไม่พร้อมมีบุตรได้เรียนรู้วิธีการใช้ยา โดยมีเนื้อหาดังนี้

  • ขั้นตอนที่1 ทาน ru486 (Mifepristone) 1 เม็ด
  • ขั้นตอนที่2 หลังจากนั้น 12 ชั่วโมง สอดยา cytotec (Misoprostol) 4 เม็ด เข้าทางช่องคลอด โดยต้องสอดให้ยาเข้าไปจนถึงหน้าปากมดลูก

หากเลือดไหลน้อยกว่าที่คุณคาดการณ์ไว้หรือหากคุณสงสัยว่ากระบวนการการแท้งได้เริ่มขึ้นแล้วหรือไม่หลังจากที่ใช้ยาไมโซโพรสทอลโดสแรกไปแล้ว3 ชั่วโมงให้คุณสอดยาไมโซโพลสทอลอีกสองเม็ดไว้ใต้ลิ้นอมไว้30 นาทีจนเม็ดยาละลายหลังผ่านไป30 นาทีให้คายเม็ดยาส่วนที่เหลือทิ้ง 

หากเลือดของคุณยังไม่ไหลและคุณยังเหลือยาไมโซโพรสทอลอยู่ให้คุณทำแบบเดิมซ้ำคือสอดไมโซโพรสทอลไว้ใต่ลิ้นอมไว้30 นาทีแล้วคายทิ้งเช่นนี้ทุกๆ3 ชั่วโมงต่อไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะเริ่มมีเลือดไหลได้สูงสุดไม่เกินอีก5 รอบ ทั้งหมด

เราแนะนำให้คุณใช้ยาไมโซโพรสทอลด้วยการสอดยาไว้ให้ลิ้น เนื่องจากวิธีนี้จะไม่มีตัวยาหลงเหลืออยู่ในร่างกายของคุณในกรณีที่คุณจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล  เนื่องจากไม่มีการตรวจเลือดใดที่สามารถตรวจพบตัวยาไมโซโพราทอลในร่างกายของคุณได้ ดังนั้นแพทย์จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณพยายามทำแท้งเองด้วยยา

“ท้องไม่พร้อม” กับวิธีการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัย

ทำไมประเทศไทยถึงเกิดปัญหา “การท้องไม่พร้อม” ซึ่งหากมองถึงต้นเหตุคนเราก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ควบคุมง่าย เหตุใดจึงไม่รู้จักคุมกำเนิด เพราะคุมไม่ยาก น่าจะมุ่งเน้นที่การป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์กันมากกว่า ส่วนการแก้ที่ปลายเหตุด้วยการทำแท้งไม่น่าจะสนับสนุน

แต่เรื่องนี้ก็เป็นเหมือนเหรียญ 2 ด้าน เพราะการที่ผู้หญิงทำแท้งไม่ได้ เลี้ยงลูกก็ไม่ได้ แล้วทิ้งลูกที่เกิดมาก็มีอยู่ในสังคมตลอด เธอและคู่คิดและทำเช่นนั้น มีเหตุผลมาจากอะไร การไม่ป้องกันหรือป้องกันได้ไม่ดีนั้นมีเหตุจากอะไร?

วันที่ 20 ต.ค. เครือข่ายแพทย์อาสา แจ้งมาว่า พบศพทารกในกล่องหน้าบ้านเช่าที่ จ.สุรินทร์ มีจดหมายแนบในกล่อง ความว่าไม่มีปัญญาเลี้ยง คาดว่าทารกขาดอากาศและเสียชีวิต กรณีแบบนี้หากทำแท้งตั้งแต่ตั้งท้องไม่พร้อม 2 – 3 เดือนแรกจะดีกว่าไหม?

16 ธ.ค. เขตยานนาวา กรุงเทพฯ พบทารกแรกเกิดถูกทิ้งที่หน้าบ้าน ในซอย มีเสื้อยืดสีแดงห่อตัวคลุมด้วยเสื้อกันหนาวสีดำ ทารกแข็งแรงดี

5 ม.ค. ที่อำเภอหางดง จ.เชียงใหม่ มีทารกอยู่ในกระเป๋าวางทิ้งข้างสระน้ำ ชาวบ้านมาพบ อาการปลอดภัย

18 ก.พ. ที่อำเภอร้องกวาง จ.แพร่ คนขายลอตตารี่พบทารกวางทิ้งอยู่ข้างโกดังร้าง ตำรวจคาดว่าวัยรุ่นท้องไม่พร้อมแอบมาคลอดในห้องน้ำคนงาน ทารกถูกนำส่งโรงพยาบาล อาการปลอดภัย

อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายงานศึกษาเรื่อง เด็กถูกทอดทิ้ง: ปัญหาที่สังคมต้องเยียวยา โดยนายพศิษฐ์ สิงห์ลำพอง ว่าสาเหตุสำคัญของการทิ้งเด็กคือการขาดความพร้อมที่จะเลี้ยงลูกได้ จากปัญหาความเข้าใจในการมีครอบครัว ฐานะการเงิน ยังต้องศึกษาต่อ รวมทั้งเป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปัญหาครอบครัวในเรื่องการใช้ความรุนแรง การหย่าร้าง เด็กพิการ ซึ่งผลกระทบจากการทิ้งเด็กจะสร้างภาระให้กับสังคมที่จะต้องดูแล และจะมีผลกับเด็ก คือมีพัฒนาการล่าช้า รวมถึงการไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ทำให้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ลุงหมอจะเล่าความจริงเรื่องการคุมกำเนิด ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ท้องแบบ “เซอร์ไพรส์” โดยลุงหมอขอเรียกว่า “แบบอย่างการปฏิบัติการป้องกันการท้อง” มีดังนี้ คือ

1.”ความประมาท” นักศึกษาวัย 16 ปีกับแฟนวัยเดียวกัน มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ค่อยคุม เพราะคิดว่ามีอะไรกันแล้ว ประจำเดือนก็มาปกติดี จึงไม่คิดว่าจะท้องง่ายๆ ปรากฏว่าตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์แล้ว

2.”ความกลัว” นักศึกษาวัย 18 ปี เวลาแฟนใส่ถุงยางแล้วเจ็บ แฟนก็เลยหลั่งภายนอก มีเผลอหลั่งในบ้าง และบางครั้งก็ใส่ถุงยาง ถุงยางรั่ว จึงกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดห่างกัน 12 ชั่วโมง ผลคือท้อง

3.”ความเผลอ” นักศึกษาสาวท้องได้ 4 สัปดาห์ 2 วัน มีแฟนอยู่แล้วอายุ 50 ปี แต่เผลอไปมีอะไรกับผู้ชายอีกคน เธอว่า “หนูเมาค่ะ เขาก็เมา เลยไม่ได้ป้องกัน”

4.”กินยาคุม 2 อย่าง” สาววัย 19 ปี ทำงานแล้วมีลูก 2 คน ท้องได้ 6 สัปดาห์กับแฟนใหม่แล้วเลิกกัน คุมกำเนิดด้วยการกินยาคุมฉุกเฉินแล้วต่อด้วยยาคุมชนิดรายเดือน

5.”กินๆ หยุดๆ” นักศึกษาวัย 15 ปีท้อง เนื่องจากกินยาคุมรายเดือนไม่ต่อเนื่อง กิน 1 เดือน หยุด 1 เดือน เธอบอกว่า หาร้านขายยายาก จึงขี้เกียจออกไปหาซื้อตามจังหวัดข้างเคียง และบอกว่ากินยาคุมแผงหนึ่งก็จะคุมต่อได้อีก 1 – 2 เดือน ซึ่งช่วงที่เธอหยุดกินก็มีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ได้ใช้ถุงยางหรือใช้วิธีหลั่งภายนอก

6.”กลัวยาคุมมีผลต่อลูก” สาววัย 20 ปี ตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์ สามีของเธอคิดว่าการกินยาคุมทั้งแบบรายเดือนและฉุกเฉินจะมีผลเสียต่อการมีลูก จากที่พบข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่าอาจไม่มีลูก หรือมีลูกที่ไม่แข็งแรง ทำให้ระบบภายในมีปัญหา จึงคุมแบบหลั่งภายนอก

7.”หลั่งภายนอกครั้งที่ 2 พลาด” สาววัย 18 ปี เธอแต่งงานกับสามีอายุ 50 ปี สามีคิดว่าอายุมากแล้วและอนาคตฝ่ายหญิงอาจมีผู้ชายคนใหม่จึงไม่อยากให้กินยาคุม เพราะกลัวผลกระทบจะมีลูกยาก เลยใช้วิธีหลั่งภายนอกมาได้ 1 ปี เพราะมั่นใจว่าหลั่งนอกได้ถูก พอมีเพศสัมพันธ์ต่อครั้งที่ 2 ก็หลั่งนอกอีก ตอนนี้เธอท้องได้ 14 สัปดาห์

8.”กลัวการใช้ถุงยาง” นักศึกษาวัย 21 ปี คบกับแฟนได้ 6 เดือน และมีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่อายุ 17 ปีโดยใช้ถุงยางอนามัยตลอดก็ไม่เคยท้อง เธออ่านพบบทความในวารสารว่า ถ้าใช้ถุงยางจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ก็เลยคิดว่ามีส่วนไหมที่ทุกวันนี้คนเป็นมะเร็งปากมดลูกกันเยอะ ก็เลยให้แฟนใช้วิธีหลั่งภายนอก ผลคือ ท้อง

9.”ไม่ลืมกินยาคุม” หญิงวัย 40 ปี ตั้งแต่แต่งงานมาได้ 1 ปี จะกินยาคุมทุกวันก่อนนอน โดยไล่กินตามแถวของแผงยาตลอด คิดว่าไม่ลืมกิน และไม่เคยหยุดกิน ตอนนี้มีแฟนใหม่ชาวต่างประเทศอายุ 55 ปี ท้องได้ 8 สัปดาห์ 6 วัน

10.”นานๆ สามีกลับบ้าน” หญิงวัย 35 ปี ท้อง 12 สัปดาห์ 5 วัน เพราะไม่ได้คุมกำเนิด เธอผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ข้างหนึ่งหลายปีก่อน อีกอย่างแฟนทำงานต่างจังหวัด นานๆ กลับมาบ้านที เลยคิดว่าไม่น่าจะท้องง่าย

11.”ลืมกินยาคุมไป 3 วัน” สาววัย 25 ปี ท้อง 7 สัปดาห์ เธอไม่กล้าฉีดยาคุมเพราะกลัวเข็มและการฉีดยา และเคยได้ยินว่าต้องมีลูกก่อนจึงจะฉีดยาคุมได้ ครั้งนั้นเธอไปต่างจังหวัดโดยไม่ได้เอายาคุมไปด้วย ไม่ได้กินยา 2 วัน ซึ่งเป็นช่วง 10 กว่าวันหลังมีประจำเดือน และมีเพศสัมพันธ์กับแฟนครั้งเดียว โดยไม่ได้สวมถุงยาง รุ่งเช้ากินยาคุมฉุกเฉิน แต่ก็ยังท้อง เธอแปลกใจว่าทำไมยังท้องได้

แพทย์มะกันมีความผิดฐานสังหารทารก 3 ราย จากคลีนิกทำแท้งผิดกฎหมาย

แพทย์ชาวอเมริกันรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมทารก 3 ราย ที่เป็นผลจากการทำแท้งอย่างผิดกฎหมาย

นายแพทย์ เคอร์มิต กอสเนลล์ วัย 72 ปี สูตินรีแพทย์ชาวเมืองฟิลาเดลเฟีย ถูกดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรมทารก 3 ราย ที่เสียชีวิตจากผลของการทำแท้งอย่างผิดกฎหมายเมื่อ 3 ปีก่อน รวมถึงการสังหารทารกรายที่ 4 ที่ถูกตัดลำคอ และข้อหาการทำให้คนตายโดยไม่เจตนา หลังจากที่ผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิตจากการรับยามากเกินไป ซึ่งถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงและอาจต้องรับโทษประหารชีวิต


อัยการเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ระบุว่า นพ.กอสเนลล์ มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยการรับทำแท้งหญิง 3 คน โดยใช้กรรไกรตัดเส้นประสาทบริเวณไขสันหลังของทารกแต่ละราย และความผิดในการทำให้คนตายโดยไม่เจตนา จากการวางยาสลบหญิงรายหนึ่งที่มาทำแท้งในปริมาณที่มากเกินขนาด ซึ่งทำให้เธอหัวใจวายและเสียชีวิต เมื่อช่วงเดือนม.ค. 2011

ผลการพิจารณาคดีในศาลพบว่า หนึ่งในทารกที่เสียชีวิต มีอายุเกือบ 30 สัปดาห์ ขณะที่ตัวอ่อนทารกอีกรายพบว่าพยายามยื้อเพื่อมีชีวิตต่ออีกนานกว่า 20 นาที ส่วนตัวอ่อนทารกรายที่สาม พบว่าถูกเอาออกในห้องน้ำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่คลีนิกจะใช้กรรไกตัดเส้นประสาทบริเวณไขสันหลัง

ศาลยังตัดสินให้ นพ.กอสเนลล์มีความผิดอีก 21 กระทง ซึ่งเท่ากับจำนวนหญิงมีครรภ์ที่มารับบริการทำแท้งเถื่อนที่คลินิกของเขา ซึ่งทุกรายล้วนมีอายุครรภ์เกิน 24 สัปดาห์ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐเพนซิลเวเนีย ที่ระบุการห้ามทำแท้งให้แก่สตรีที่ตั้งครรภ์เกินระยะเวลา 6 เดือน หากไม่มีการแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนว่า มารดามีสุขภาพกายและจิตใจที่ย่ำแย่จนไม่อาจตั้งครรภ์ต่อได้ไหว

อัยการยังกล่าวว่า นพ.กอสเนลล์ เปิดดำเนินการคลีนิกโดยใช้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนและไม่มีความเชี่ยวชาญ ที่รวมถึงนางเพิร์ล ภรรยาของเขา ที่ยอมรับสารภาพผิด

เจ้าหน้าที่ยังเผยว่า การตรวจสอบคลีนิกดังกล่าว ในย่านเวสต์ ฟิลาเดลเฟีย พบว่า เต็มไปด้วยถุงและขวดบรรจุตัวอ่อนทารกจำนวนมาก ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเต็มไปด้วยคราบเลือด เครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดสกปรก และพบว่ามีแมวหลายตัวเดินเพ่นพ่านในคลีนิก

misoprostol ตัวยาที่เป็นอันตรายกับหญิงตั้งครรภ์

ยารักษาโรคบางอย่างไม่ควรจะใช้ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แต่ยารักษาโรคอื่น ๆ อาจจะนำมาใช้อย่างปลอดภัยในการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร


คุณควรปรึกษาแพทย์หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนการตั้งครรภ์ก่อนที่จะใช้ยาใด ๆ


ไซโตเทค (Cytotec) ไม่ควรใช้กับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังวางแผนการตั้งครรภ์เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ (มันจะถูกใช้โดยผู้เชี่ยวชาญในการยุติการตั้งครรภ์)


Misoprostol มีสาร prostaglandins ซึ่งมีผลทำให้เกิดการหดตัวของมดลูก มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะใช้ในการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย


หากคุณต้องการใช้ยาตัวนี้ คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของคุณเอง


ยานี้สามารถผ่านเข้าไปในเต้านมได้ ซึ่งผู้ผลิตระบุว่ามันไม่ควรจะถูกใช้โดยผู้หญิงที่ให้นมบุตร

misoprostol

วัยรุ่นเวียดนามทำแท้งสูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน

เวียดนามเป็นประเทศที่มีอัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี สูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน และเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยทำแท้งถึงปีละ 3 แสนคน สาเหตุเชื่อว่าเป็นเพราะขาดความรู้เรื่องการป้องกัน

ในอดีต อัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอยู่ที่ร้อยละ 5 ถึง 7 ต่อปี แต่ในปัจจุบันตัวเลขนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 อาจเป็นเพราะสภาพสังคมและทัศนคติของเยาวชนที่เปลี่ยนไป รวมถึงการไม่ใส่ใจในความสำคัญของเพศศึกษาและการคุมกำเนิด

เหงียน ที ฮง มิน ผู้อำนวยการแผนกวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลแม่และเด็ก กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพบว่ามีหลายกรณีที่หญิงสาวกลับมาทำแท้งมากกว่า 1 ครั้ง และเมื่อเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิด หญิงสาวเหล่านี้ก็รับฟังอย่างตั้งใจ แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็ตั้งครรภ์ซ้ำและกลับมาทำแท้งอีก ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่เข้าใจว่าทำไมวัยรุ่นสาวเหล่านี้จึงไม่หาทางป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่และพยาบาลกำลังใช้ความพยายามที่จะทำความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนครอบครัว ก็พบว่าสิ่งที่หญิงสาวเหล่านี้ไม่มี คือ ความรู้เรื่องเพศศึกษา การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และการใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการอบรมให้มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของทางโรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่ควรมีการส่งเสริมทั้งในโรงเรียน และภายในครอบครัว โดยผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากเยาวชนต้องการการชี้นำและการดูแลเอาใจใส่ให้เดินไปในทางที่ถูก และอีกทางหนึ่งที่เยาวชนทำได้ คือการเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่เชื่อถือได

สุดสลด! สาว 21 ทำแท้งเถื่อน ตกเลือดดับคาบ้านพักตัวเอง

สุดสลด! สาว 21 ทำแท้งเถื่อน ตกเลือดดับคาบ้านพักตัวเอง

 

พบศพสาววัย 21 นอนเสียชีวิตในบ้านพัก จ.ยะลา ตำรวจคาดหมอเถื่อนเปิดห้องทำแท้ง แต่ผู้ตายเลือดไหลไม่หยุด จึงช็อกดับคาเตียง

วันนี้ (24สิงหาคม2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุพบหญิงสาวเสียชีวิตในบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา เมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม โดยที่เกิดเหตุ อยู่ที่บ้านเลขที่ 18/9 ม.3 พบศพหญิงสาวอายุ 21 ปี นอนจมกองเลือด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด

จาก การสอบถาม นางสมศรี วาดด้วงจันทร์ อายุ 48 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นรปภ.รักษาความปลอดภัย ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา มีชายอายุประมาณ 45 ปี ซึ่งเป็นแพทย์ประจำคลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ก่อนที่จะมีหญิงสาว 3 คน เข้ามาให้ห้องพักที่เกิดเหตุ ซึ่งมีการเดินเข้า-ออกตลอดทั้งวัน และในช่วงเที่ยงของวันที่ 20สิงหาคม ก็มีการเดินออกจากบ้านไป ตนเห็นท่าทางแปลกๆมีพิรุจ จึงเดินตามไปดู เห็นประตูเปิดอ้าอยู่ เมื่อลองเปิดประตูดูก็พบ ผู้ตายนอนเสียชีวิตในภาพมีเลือดไหลเกรอะกรัง และพบผ้าอ้อมเปื้อนเลือดอีก 2 ชิ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วห้อง

นางสมศรี กล่าวด้วยว่า ชายกลางคนที่มามักจะมาเป็นประจำ ซึ่งแต่ละครั้งก็จะอยู่ ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง พร้อมกับหญิงสาววัยรุ่นตามเข้าไปในห้องด้วยทุกครั้ง

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะตั้งครรภ์ในวัยเรียน จึงหาทางออกด้วยการทำแท้ง และใช้บริการหมอเถื่อน มาทำแท้งที่บ้านแห่งนี้ แต่เกิดอาการตกเลือด จนทำให้เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเก็บรวบรวมหลักฐาน และติดตามตัวแก๊งหมอทำแท้งเถื่อนมาดำเนินคดีต่อไป

แม่สเปนใจเหี้ยม! ทิ้งลูกน้อยในไส้ลงท่อ หลังทำแท้งด้วยการใช้ยาสอดไม่สำเร็จ

แม่สเปนใจเหี้ยม! ทิ้งลูกน้อยในไส้ลงท่อ หลังทำแท้งด้วยการใช้ยาสอดไม่สำเร็จ

ทำแท้ง

ชาวสเปนแจ้งหน่วยดับเพลิง หลังได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวดังจากท่อน้ำ แต่ต้องตะลึงเมื่อกลายเป็นทารกอายุ 2 วัน ส่วนแม่เด็กถูกจับฐานพยายามฆ่า แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมาเพื่อดูแลลูก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 มิ.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสเปน จับกุมแม่วัยรุ่นใจโหดอายุ 26 ปี ข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ฐานพยายามฆ่าลูกในไส้ ด้วยการใช้ยาทำแท้งและทิ้งลงในชักโครก หลังเพิ่มลืมตาดูโลกหมาดๆ

ทั้งนี้ เด็กทารกอายุ 2 วัน ถูกพบหลังจากผู้อยู่อาศัยในละแวกดังกล่าวโทรศัพท์แจ้งหน่วยดับเพลิง เมื่อเวลา 02.00 น. วานนี้ หลังจากได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวและคาดว่ามีสัตว์ติดอยู่ในท่อ แต่การค้นหานาน 40 ชั่วโมง กลับพบทารกที่ยังมีสายสะดือถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติก ติดอยู่ในท่อระบายน้ำริมทางเดินใกล้กับแฟลตแห่งหนึ่ง ที่เมืองอลิกันเต้ แคว้นอลิกันเต้ ทางภาคใต้ของสเปน

ทารกเคราะห์ร้ายถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา อาการค่อนข้างหนัก มีร่องรอยได้รับบาดเจ็บและแขนหัก 1 ข้าง แต่ไม่อันตรายถึงกับชีวิต หนัก 4.8 ปอนด์ ส่วนผู้เป็นแม่อายุ 26 ปี ถูกควบคุมตัวที่โรงพยาบาล หลังยอมรับกับคณะแพทย์ว่าทำแท้งไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจกระทำการดังกล่าว

อย่างไรก็ดี แม่ใจเหี้ยมถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา เนื่องจากได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้ดูแลเด็ก แต่ยังโดนตั้งข้อหาพยายามฆ่า ส่วนขณะนี้แม่และเด็กได้รับการดูแลอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมืองอย่างใกล้ชิด ด้านเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ระบุว่าจะตรวจสอบครอบครัวของทารกอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่าจะปล่อยให้ดูแลกันเองต่อไป หรือรับมาดูแลในสถานสงเคราะห์

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุลักษณะคล้ายกัน ที่เมืองจิ้นหู มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน โดยทารกเพศชายถูกพบติดในท่อน้ำทิ้งภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ขณะที่มารดาสาววัย 22 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็น “อุบัติเหตุ” คลอดบุตรโดยบังเอิญ ระหว่างทำธุระในห้องน้ำ เป็นเหตุให้ลูกน้อยตกลงไปในท่อโสโครก

ประเทศใดบ้างอนุญาตทำแท้งถูกกฎหมาย?

ประเทศใดบ้างอนุญาตทำแท้งถูกกฎหมาย?

หลังจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถทำแท้งด้วยการใช้ยาได้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทำได้เฉพาะในเงื่อนไขที่จำกัดมาก รายงานชิ้นนี้จะพาไปดูว่า ประเทศใดบ้างที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กฎหมายการทำแท้งฉบับใหม่ของไอร์แลนด์ ระบุว่า ผู้หญิงสามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อแพทย์ 3 คนลงชื่อรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ ว่าหากปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไป ผู้หญิงอาจมีอันตรายถึงชีวิต
ในขณะที่ผู้ต่อต้านการทำแท้งในไอร์แลนด์ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ ผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งจำนวนมากก็โจมตีกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่ากฎหมายให้สิทธิผู้หญิงอย่างจำกัดมาก ภายใต้กฎหมายนี้ ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจนตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ทารกในครรภ์พิการ และผู้หญิงที่ครรภ์เป็นพิษจนมีอันตราย แต่ไม่ถึงชีวิต ก็ยังไม่มีสิทธิทำแท้ง
หากไม่นับนครรัฐเล็กๆ อย่าง วาติกัน มอลตา และอันดอร์รา ไอร์แลนด์เป็นเพียงประเทศเดียวในยุโรปที่ยังจำกัดสิทธิผู้หญิงในการทำแท้งอย่างเคร่งครัด ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้เสรีในระยะตั้งครรภ์ไม่เกิน 3 เดือน หากเกิน 3 เดือน ผู้หญิงยังสามารถทำแท้งได้ ถ้าแพทย์เห็นว่าการตั้งครรภ์อาจกระทบต่อสุขภาพทางร่างกาย หรือจิตใจของหญิงเจ้าของครรภ์ รวมถึงเด็กในท้องเสี่ยงจะพิการ หรือผู้หญิงอายุต่ำกว่า 14 ปี
สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ก็ให้สิทธิทำแท้งค่อนข้างเสรี แม้ว่าแต่ละมลรัฐของสหรัฐฯ จะมีข้อจำกัดต่างกันอยู่บ้างสำหรับกรณีท้องแก่

ในทางตรงกันข้าม ประเทศในทวีปแอฟริกาเกือบทั้งหมดยังจำกัดสิทธิการทำแท้งอยู่มาก รายงานของสหประชาชาติเปิดเผยว่า ประเทศในทวีปแอฟริกา 54 ประเทศ มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้เสรี ได้แก่ ตูนิเซีย แอฟริกาใต้ และเคปเวิร์ด
ประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ก็จำกัดสิทธิในการทำแท้ง ประเทศที่เป็นข้อยกเว้นคือ กายอานา ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมอังกฤษ และมีประชากรกว่าครึ่งนับถือคริสต์นิกายแองกลิกัน
ประเทศในตะวันออกกลางส่วนใหญ่ก็ยังจำกัดสิทธิในการทำแท้งเช่นกัน แม้แต่ในประเทศมุสลิมที่ร่ำรวยและเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ อย่างกาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้หญิงก็ยังมีสิทธิทำแท้งได้เพียงกรณีเดียว คือในกรณีที่การตั้งครรภ์อาจทำให้เสียชีวิตเท่านั้น
อย่างไรก็ดี มีประเทศที่เป็นข้อยกเว้นอยู่บ้าง ตุรกี ซึ่งเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แต่รัฐไม่ยอมให้หลักศาสนาเข้ามากำหนดกฎหมาย ให้สิทธิผู้หญิงในการทำแท้งเทียบเท่าประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป นอกจากนี้ ตูนิเซียและบาห์เรนก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี
ประเทศมุสลิมในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน อุซเบกิซสถาน คีร์กีซสถาน และเติร์กเมนิสถาน ก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างเสรีเช่นกัน

หากไม่นับตะวันออกกลาง ทวีปเอเชียนับว่าเป็นทวีปที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งค่อนข้างมาก มี 17 ประเทศที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี จีน อินเดีย เกาหลีใต้ มองโกเลีย กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศในเอเชียกลางเกือบทั้งหมดเปิดให้ทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมาย
ประเทศในเอเชียที่ยังจำกัดสิทธิทำแท้ง ส่วนใหญ่มักเป็นประเทศเคร่งศาสนา ไม่ว่าศาสนาอิสลาม เช่น บรูไน บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย หรือศาสนาพุทธ เช่น ศรีลังกา ภูฏาน และเมียนมาร์ และศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก เช่น ฟิลิปปินส์
ในประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้ในกรณีที่การตั้งครรภ์ต่อไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้หญิง หรือในกรณีที่ผู้หญิงถูกทำให้ตั้งครรภ์โดยวิธีผิดกฎหมาย เช่น ถูกข่มขืน แต่กฎหมายไทยก็ยังไม่ยอมให้ผู้หญิงทำแท้งในกรณีที่ทารกในครรภ์พิการ หรือในกรณีที่ผู้หญิงไม่พร้อมด้วยวัยวุฒิ และทุนทรัพย์ที่จะมีลูก
ตามข้อมูลของสหประชาชาติ ประเทศพัฒนาแล้วกว่าร้อยละ 82 อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อนุญาติ

บุกจับคลินิคทำแท้งดังกลางเมืองสงขลา

สงขลา – ตำรวจอำเภอเมือง จ.สงขลา จับหมอทำแท้งเถื่อน อดีตสูตินารีแพทย์ พร้อมของกลางอุปกรณ์ทำแท้ง และยาเวชภัณฑ์จำนวนหลายรายการ ขณะกำลังเตรียมทำแท้งให้ผู้หญิงท้อง 5 เดือน สารภาพทำมานานกว่า 5 ปี ทำแท้งไปแล้วกว่า 200 ราย

เมื่อเวลา12.30 น. วันนี้ (22 ก.ค.2556) พ.ต.ท.สุขีเกษม เจียมวิไล รอง ผกก.ปป.สภ.เมือง จ.สงขลา ได้รับแจ้งมีหมอทำแท้งเถื่อนได้นัดลูกค้ามาทำแท้งภายในโรงแรม แฮปปี้อิน ม.3 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.สงขลา จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย พ.ต.ท.บรรจบ ช่วยแก้ว สวป.เข้าทำการตรวจสอบภายในโงแรมที่ห้องไม่มีเลขที่ พบนายประพักตร์ ทิพย์รัตน์ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/12 ม.1 ต.อ่าวลึกใต้ อ.เมือง จ.สงขลา พร้อมด้วยหญิง-ชายคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ข้างในห้อง จึงได้ทำการตรวจค้นพบภายกระเป๋าสีดำ มีอุปกรณ์ในการทำแท้งหลายรายการ

ประกอบด้วย เข็มฉีดยาขนาดใหญ่ ยาทำแท้งแบบเม็ดยี่ห้อไซโตเทค(cytotec) ยาทำแท้งขนิดกินยี่ห้อ ru486 และขนาดเล็ก รวม 26 อัน เข็มฉีดยาใช้แล้ว จำนวน 3 อัน ไม้ก้านมะพร้าวสำหรับยึดท่อยางสวนปัสสาวะ ยาวประมาน 10 นิ้ว จำนวน 5 อัน วาสลีน จำนวน 1 หลอด ท่อขยายทวาร จำนวน 1 อัน ยาแก้อักเสบชนิดน้ำ จำนวน 11 หลอด ยาแก้อักเสบชนิดเม็ด จำนวน 5 ถุง ยาคุมกำเนิดชนิดแผง จำนวน 2 แผง น้ำยาหล่อลื่นช่องคลอด จำนวน 1 หลอด อุปกรณ์ทำแท้ง ยาแก้ปวด และยาแก้ไข้ชนิดอื่นๆ รวมกว่า 20 รายการ ไฟฉาย จำนวน 2 กระบอก เงินสด จำนวน 8,000 บาท จึงได้นำตัวทั้ง 3 คน มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมือง

จากการสอบสวน นายประพักตร์ ทิพย์รัตน์ อายุ 67 ปี ให้การยอมรับว่า ตนเป็นหมอทำแท้งเถื่อนจริง โดยทำมานานประมาณ 2 ปี มีคนมาทำแท้งกับตนแล้วประมาณ 20 ราย โดยได้ความรู้มาจากอาศัยเคยเป็นบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช เห็นแพทย์พยาบาลทำการขูดมดลูก และใส่ห่วงให้ผู้ป่วยที่มาทำหมันจนชินตา หลังเกษียณอายุก็ได้กลับมาอยู่บ้าน จึงใช้ความรู้ที่ได้จาการเป็นบุรุษพยาบาลรับทำแท้ง โดยลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะบอกกันปากต่อปาก ไม่ได้มีการเปิดเป็นคลินิก

โดยส่วนใหญ่จะนัดแนะไปทำตามโรงแรม หรือบังกะโล โดยคิดค่าบริการตามอายุครรภ์ เดือนละ 2,500 บาท โดยรายล่าสุด อายุครรภ์ 6 เดือน คิดค่าบริการ 8 พันบาท แต่ขณะที่กำลังจะลงมือทำแท้งก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมเสียก่อน

พ.ต.ท.สุขเกษม นครวิไล รอง ผกก.ปป.สภ.เมือง จ.สงขลา กล่าวว่า ในเบื้องได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายประพักตร์ ข้อหาประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามทำให้หญิงอื่นแท้งลูก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

สำหรับคู่ชายหญิง 2 คน จากการสอบถามทั้งคู่ทราบว่าสาเหตุที่คิดทำแท้งเนื่องจากความไม่พร้อมของครอบครัว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ปล่อยตัวไป เนื่องจากยังไม่ได้มีการกระทำผิด พร้อมนำตัวนายประพักตร์ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูกกฏหมาย

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูก กฏหมาย

คกก.อนามัยเจริญพันธุ์ เล็งใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งขายถุงยางอนามัย ให้ความรู้ป้องกันการท้องไม่พร้อม แก้ปัญหาวัยรุ่นมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย สั่งเปลี่ยนชื่อคลินิกเรื่องเพศเชิญชวนเด็กเข้าปรึกษามากขึ้น พร้อมมอบราชวิทยาลัยแพทย์ศึกษาข้อบ่งใช้การใช้ “ยาทำแท้ง” แบบถูกกฎหมาย

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ว่า กลยุทธ์การแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมจะเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.การให้ความรู้และการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อม และทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ว่าการห้ามไม่ให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก จึงต้องแนะนำแนวทางการป้องกันที่ถูกต้อง 2.การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางช่วยให้เยาวชนเข้าถึงแนวทางการป้องกัน การเข้าถึงบริการและอุปกรณ์การป้องกัน ซึ่งอาจจะใช้เป็นแหล่งในการให้ความรู้ แจกฟรี หรือขายอุปกรณ์การป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย เพื่อแก้ปัญหาวัยรุ่นไม่กล้าเผชิญหน้าในการสอบถามข้อสงสัย และ 3.สถานที่ให้บริการแก่เยาวชน อาจจะต้องมีการพัฒนาให้อยู่นอกโรงพยาบาลเป็นคลินิกต่างๆ โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคลินิกสุขภาพวัยรุ่น
“หากใช้คลินิกอนามัยเจริญพันธุ์อาจทำให้เด็กไม่กล้าใช้บริการ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการมี 2 ส่วน คือ งบประมาณส่งเสริมป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จก่อนนำกลับมาเสนอคณะกรรมการชุดนี้อีกครั้ง ภายใน 60 วัน” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการยังได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระเบียบ กฎ และกฎหมายด้านอนามัยเจริญพันธุ์ทำการศึกษา ทบทวน กฎหมาย กฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการคุมกำเนิดและการแก้ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น การห้ามขายยายุติการตั้งครรภ์ แต่จะต้องหารือกับราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้องให้ออกข้อบ่งชี้ในการใช้และมาตรการควบคุมที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการใช้ในทางที่ผิด จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าควรเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะมีทั้งผลดีและผลเสีย

นพ.ประดิษฐ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการมีการหารือเรื่องปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งพบว่ามีปัญหาในกลุ่มเยาวชนในระบบการศึกษา และผู้หญิงในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวยังมีทัศนคติที่ไม่ดีในเรื่องการคุมกำเนิด ขาดความรู้ และเข้าไม่ถึงอุปกรณ์การป้องกัน เพราะผู้ปกครองมองว่าจะเป็นส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร จึงอยากให้ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ ยอมรับว่า ยุคปัจจุบันการจะห้ามไม่ให้เด็กมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก

http://clinicvipawan.com