แพทย์มะกันมีความผิดฐานสังหารทารก 3 ราย จากคลีนิกทำแท้งผิดกฎหมาย

แพทย์ชาวอเมริกันรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมทารก 3 ราย ที่เป็นผลจากการทำแท้งอย่างผิดกฎหมาย

นายแพทย์ เคอร์มิต กอสเนลล์ วัย 72 ปี สูตินรีแพทย์ชาวเมืองฟิลาเดลเฟีย ถูกดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรมทารก 3 ราย ที่เสียชีวิตจากผลของการทำแท้งอย่างผิดกฎหมายเมื่อ 3 ปีก่อน รวมถึงการสังหารทารกรายที่ 4 ที่ถูกตัดลำคอ และข้อหาการทำให้คนตายโดยไม่เจตนา หลังจากที่ผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิตจากการรับยามากเกินไป ซึ่งถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงและอาจต้องรับโทษประหารชีวิต


อัยการเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ระบุว่า นพ.กอสเนลล์ มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยการรับทำแท้งหญิง 3 คน โดยใช้กรรไกรตัดเส้นประสาทบริเวณไขสันหลังของทารกแต่ละราย และความผิดในการทำให้คนตายโดยไม่เจตนา จากการวางยาสลบหญิงรายหนึ่งที่มาทำแท้งในปริมาณที่มากเกินขนาด ซึ่งทำให้เธอหัวใจวายและเสียชีวิต เมื่อช่วงเดือนม.ค. 2011

ผลการพิจารณาคดีในศาลพบว่า หนึ่งในทารกที่เสียชีวิต มีอายุเกือบ 30 สัปดาห์ ขณะที่ตัวอ่อนทารกอีกรายพบว่าพยายามยื้อเพื่อมีชีวิตต่ออีกนานกว่า 20 นาที ส่วนตัวอ่อนทารกรายที่สาม พบว่าถูกเอาออกในห้องน้ำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่คลีนิกจะใช้กรรไกตัดเส้นประสาทบริเวณไขสันหลัง

ศาลยังตัดสินให้ นพ.กอสเนลล์มีความผิดอีก 21 กระทง ซึ่งเท่ากับจำนวนหญิงมีครรภ์ที่มารับบริการทำแท้งเถื่อนที่คลินิกของเขา ซึ่งทุกรายล้วนมีอายุครรภ์เกิน 24 สัปดาห์ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐเพนซิลเวเนีย ที่ระบุการห้ามทำแท้งให้แก่สตรีที่ตั้งครรภ์เกินระยะเวลา 6 เดือน หากไม่มีการแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนว่า มารดามีสุขภาพกายและจิตใจที่ย่ำแย่จนไม่อาจตั้งครรภ์ต่อได้ไหว

อัยการยังกล่าวว่า นพ.กอสเนลล์ เปิดดำเนินการคลีนิกโดยใช้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนและไม่มีความเชี่ยวชาญ ที่รวมถึงนางเพิร์ล ภรรยาของเขา ที่ยอมรับสารภาพผิด

เจ้าหน้าที่ยังเผยว่า การตรวจสอบคลีนิกดังกล่าว ในย่านเวสต์ ฟิลาเดลเฟีย พบว่า เต็มไปด้วยถุงและขวดบรรจุตัวอ่อนทารกจำนวนมาก ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเต็มไปด้วยคราบเลือด เครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดสกปรก และพบว่ามีแมวหลายตัวเดินเพ่นพ่านในคลีนิก

วัยรุ่นเวียดนามทำแท้งสูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน

เวียดนามเป็นประเทศที่มีอัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี สูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน และเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยทำแท้งถึงปีละ 3 แสนคน สาเหตุเชื่อว่าเป็นเพราะขาดความรู้เรื่องการป้องกัน

ในอดีต อัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอยู่ที่ร้อยละ 5 ถึง 7 ต่อปี แต่ในปัจจุบันตัวเลขนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 อาจเป็นเพราะสภาพสังคมและทัศนคติของเยาวชนที่เปลี่ยนไป รวมถึงการไม่ใส่ใจในความสำคัญของเพศศึกษาและการคุมกำเนิด

เหงียน ที ฮง มิน ผู้อำนวยการแผนกวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลแม่และเด็ก กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพบว่ามีหลายกรณีที่หญิงสาวกลับมาทำแท้งมากกว่า 1 ครั้ง และเมื่อเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิด หญิงสาวเหล่านี้ก็รับฟังอย่างตั้งใจ แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็ตั้งครรภ์ซ้ำและกลับมาทำแท้งอีก ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่เข้าใจว่าทำไมวัยรุ่นสาวเหล่านี้จึงไม่หาทางป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่และพยาบาลกำลังใช้ความพยายามที่จะทำความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนครอบครัว ก็พบว่าสิ่งที่หญิงสาวเหล่านี้ไม่มี คือ ความรู้เรื่องเพศศึกษา การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และการใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการอบรมให้มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของทางโรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่ควรมีการส่งเสริมทั้งในโรงเรียน และภายในครอบครัว โดยผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากเยาวชนต้องการการชี้นำและการดูแลเอาใจใส่ให้เดินไปในทางที่ถูก และอีกทางหนึ่งที่เยาวชนทำได้ คือการเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่เชื่อถือได

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูกกฏหมาย

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูก กฏหมาย

คกก.อนามัยเจริญพันธุ์ เล็งใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งขายถุงยางอนามัย ให้ความรู้ป้องกันการท้องไม่พร้อม แก้ปัญหาวัยรุ่นมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย สั่งเปลี่ยนชื่อคลินิกเรื่องเพศเชิญชวนเด็กเข้าปรึกษามากขึ้น พร้อมมอบราชวิทยาลัยแพทย์ศึกษาข้อบ่งใช้การใช้ “ยาทำแท้ง” แบบถูกกฎหมาย

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ว่า กลยุทธ์การแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมจะเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.การให้ความรู้และการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อม และทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ว่าการห้ามไม่ให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก จึงต้องแนะนำแนวทางการป้องกันที่ถูกต้อง 2.การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางช่วยให้เยาวชนเข้าถึงแนวทางการป้องกัน การเข้าถึงบริการและอุปกรณ์การป้องกัน ซึ่งอาจจะใช้เป็นแหล่งในการให้ความรู้ แจกฟรี หรือขายอุปกรณ์การป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย เพื่อแก้ปัญหาวัยรุ่นไม่กล้าเผชิญหน้าในการสอบถามข้อสงสัย และ 3.สถานที่ให้บริการแก่เยาวชน อาจจะต้องมีการพัฒนาให้อยู่นอกโรงพยาบาลเป็นคลินิกต่างๆ โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคลินิกสุขภาพวัยรุ่น
“หากใช้คลินิกอนามัยเจริญพันธุ์อาจทำให้เด็กไม่กล้าใช้บริการ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการมี 2 ส่วน คือ งบประมาณส่งเสริมป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จก่อนนำกลับมาเสนอคณะกรรมการชุดนี้อีกครั้ง ภายใน 60 วัน” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการยังได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระเบียบ กฎ และกฎหมายด้านอนามัยเจริญพันธุ์ทำการศึกษา ทบทวน กฎหมาย กฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการคุมกำเนิดและการแก้ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น การห้ามขายยายุติการตั้งครรภ์ แต่จะต้องหารือกับราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้องให้ออกข้อบ่งชี้ในการใช้และมาตรการควบคุมที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการใช้ในทางที่ผิด จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าควรเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะมีทั้งผลดีและผลเสีย

นพ.ประดิษฐ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการมีการหารือเรื่องปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งพบว่ามีปัญหาในกลุ่มเยาวชนในระบบการศึกษา และผู้หญิงในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวยังมีทัศนคติที่ไม่ดีในเรื่องการคุมกำเนิด ขาดความรู้ และเข้าไม่ถึงอุปกรณ์การป้องกัน เพราะผู้ปกครองมองว่าจะเป็นส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร จึงอยากให้ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ ยอมรับว่า ยุคปัจจุบันการจะห้ามไม่ให้เด็กมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก

http://clinicparada.com

ยาขับเลือด คืออะไร? | ร้านขายยาทั่วไปจะมีขายมั้ยค่ะ? – มีคำตอบ กูรู

พิเศษ

ยาขับเลือด คือยาบำบัดแบบแผนโบราณของจีน ช่วยกระตุ้นเซลล์โดยการเพิ่มออกซิเจน
และระบายของเสียในเซลล์ กระตุ้นระบบเมตาบอลิซึ่มของร่างกาย
กระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพร่างกายแข็งแรง
เป็นที่รู้จักแพร่หลายมานานนับพันปี แต่เมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้
มีความเชื่อว่ากินยาขับเลือด แล้วสามารถทำให้ยุติการตั้งครรภ์ได้!!!
ซึ่งเป็นความเชื่อผิดๆ

จนถึงยุคปัจจุบัน มียาค้นพบตัวใหม่ชื่อว่า Mifepristone มีชื่อย่อว่า RU-486
เป็นยาที่ผลิตมาเพื่อทำแท้งโดยเฉพาะ ทำหน้าที่ยุติการตั้งครรภ์
ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารโปรเจสเตอโรน(Progesterone)ทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง
กรณีสตรีมีครรภ์ได้รับยา RU-486 เข้าไปจะทำให้เกิดอาการแท้งบุตร
RU486 ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในประเทศ แต่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาจำหน่าย
ใช้ชื่อเรียกภาษาชาวบ้านว่า ยาขับเลือด ทับศัพท์เดิมไป (-_-)”
จุดประสงค์เพื่อให้คนจำได้ง่าย เข้าใจง่ายกว่า RU-486 ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ และ ศัพท์เฉพาะ

บทสรุป
ยาขับเลือด ในอดีตคือยาช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง
ยาขับเลือด ในปัจจุบันคือยา RU-486 (Mifepristone) หรือมีศัพท์ใหม่ว่า ยาทำแท้ง นั้นเอง

ต้องการสั่งซื้อยาขับเลือด

ติดต่อคลินิกแพทย์หญิงวิภาวรรณ http://clinicparada.com โทร.061-6248763

ยาขับเลือด

จังหวัดที่จัดส่งของ :
เชียงราย
เชียงใหม่
น่าน
พะเยา
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
อุตรดิตถ์
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
สกลนคร
สุรินทร์
ศรีสะเกษ
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อุดรธานี
อุบลราชธานี
อำนาจเจริญ
กรุงเทพมหานคร
กำแพงเพชร
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นครสวรรค์
นนทบุรี
ปทุมธานี
พระนครศรีอยุธยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สิงห์บุรี
สุโขทัย
สุพรรณบุรี
สระบุรี
อ่างทอง
อุทัยธานี
จันทบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี
ตราด
ปราจีนบุรี
ระยอง
สระแก้ว
กาญจนบุรี
ตาก
ประจวบคีรีขันธ์
เพชรบุรี
ราชบุรี
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ระนอง
สตูล
สงขลา
สุราษฎร์ธานี
ยะลา

Design & Search Engine Optimization for Google.co.th