“ท้องไม่พร้อม” กับวิธีการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัย

ทำไมประเทศไทยถึงเกิดปัญหา “การท้องไม่พร้อม” ซึ่งหากมองถึงต้นเหตุคนเราก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ควบคุมง่าย เหตุใดจึงไม่รู้จักคุมกำเนิด เพราะคุมไม่ยาก น่าจะมุ่งเน้นที่การป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์กันมากกว่า ส่วนการแก้ที่ปลายเหตุด้วยการทำแท้งไม่น่าจะสนับสนุน

แต่เรื่องนี้ก็เป็นเหมือนเหรียญ 2 ด้าน เพราะการที่ผู้หญิงทำแท้งไม่ได้ เลี้ยงลูกก็ไม่ได้ แล้วทิ้งลูกที่เกิดมาก็มีอยู่ในสังคมตลอด เธอและคู่คิดและทำเช่นนั้น มีเหตุผลมาจากอะไร การไม่ป้องกันหรือป้องกันได้ไม่ดีนั้นมีเหตุจากอะไร?

วันที่ 20 ต.ค. เครือข่ายแพทย์อาสา แจ้งมาว่า พบศพทารกในกล่องหน้าบ้านเช่าที่ จ.สุรินทร์ มีจดหมายแนบในกล่อง ความว่าไม่มีปัญญาเลี้ยง คาดว่าทารกขาดอากาศและเสียชีวิต กรณีแบบนี้หากทำแท้งตั้งแต่ตั้งท้องไม่พร้อม 2 – 3 เดือนแรกจะดีกว่าไหม?

16 ธ.ค. เขตยานนาวา กรุงเทพฯ พบทารกแรกเกิดถูกทิ้งที่หน้าบ้าน ในซอย มีเสื้อยืดสีแดงห่อตัวคลุมด้วยเสื้อกันหนาวสีดำ ทารกแข็งแรงดี

5 ม.ค. ที่อำเภอหางดง จ.เชียงใหม่ มีทารกอยู่ในกระเป๋าวางทิ้งข้างสระน้ำ ชาวบ้านมาพบ อาการปลอดภัย

18 ก.พ. ที่อำเภอร้องกวาง จ.แพร่ คนขายลอตตารี่พบทารกวางทิ้งอยู่ข้างโกดังร้าง ตำรวจคาดว่าวัยรุ่นท้องไม่พร้อมแอบมาคลอดในห้องน้ำคนงาน ทารกถูกนำส่งโรงพยาบาล อาการปลอดภัย

อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายงานศึกษาเรื่อง เด็กถูกทอดทิ้ง: ปัญหาที่สังคมต้องเยียวยา โดยนายพศิษฐ์ สิงห์ลำพอง ว่าสาเหตุสำคัญของการทิ้งเด็กคือการขาดความพร้อมที่จะเลี้ยงลูกได้ จากปัญหาความเข้าใจในการมีครอบครัว ฐานะการเงิน ยังต้องศึกษาต่อ รวมทั้งเป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปัญหาครอบครัวในเรื่องการใช้ความรุนแรง การหย่าร้าง เด็กพิการ ซึ่งผลกระทบจากการทิ้งเด็กจะสร้างภาระให้กับสังคมที่จะต้องดูแล และจะมีผลกับเด็ก คือมีพัฒนาการล่าช้า รวมถึงการไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ทำให้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ลุงหมอจะเล่าความจริงเรื่องการคุมกำเนิด ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ท้องแบบ “เซอร์ไพรส์” โดยลุงหมอขอเรียกว่า “แบบอย่างการปฏิบัติการป้องกันการท้อง” มีดังนี้ คือ

1.”ความประมาท” นักศึกษาวัย 16 ปีกับแฟนวัยเดียวกัน มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ค่อยคุม เพราะคิดว่ามีอะไรกันแล้ว ประจำเดือนก็มาปกติดี จึงไม่คิดว่าจะท้องง่ายๆ ปรากฏว่าตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์แล้ว

2.”ความกลัว” นักศึกษาวัย 18 ปี เวลาแฟนใส่ถุงยางแล้วเจ็บ แฟนก็เลยหลั่งภายนอก มีเผลอหลั่งในบ้าง และบางครั้งก็ใส่ถุงยาง ถุงยางรั่ว จึงกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดห่างกัน 12 ชั่วโมง ผลคือท้อง

3.”ความเผลอ” นักศึกษาสาวท้องได้ 4 สัปดาห์ 2 วัน มีแฟนอยู่แล้วอายุ 50 ปี แต่เผลอไปมีอะไรกับผู้ชายอีกคน เธอว่า “หนูเมาค่ะ เขาก็เมา เลยไม่ได้ป้องกัน”

4.”กินยาคุม 2 อย่าง” สาววัย 19 ปี ทำงานแล้วมีลูก 2 คน ท้องได้ 6 สัปดาห์กับแฟนใหม่แล้วเลิกกัน คุมกำเนิดด้วยการกินยาคุมฉุกเฉินแล้วต่อด้วยยาคุมชนิดรายเดือน

5.”กินๆ หยุดๆ” นักศึกษาวัย 15 ปีท้อง เนื่องจากกินยาคุมรายเดือนไม่ต่อเนื่อง กิน 1 เดือน หยุด 1 เดือน เธอบอกว่า หาร้านขายยายาก จึงขี้เกียจออกไปหาซื้อตามจังหวัดข้างเคียง และบอกว่ากินยาคุมแผงหนึ่งก็จะคุมต่อได้อีก 1 – 2 เดือน ซึ่งช่วงที่เธอหยุดกินก็มีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ได้ใช้ถุงยางหรือใช้วิธีหลั่งภายนอก

6.”กลัวยาคุมมีผลต่อลูก” สาววัย 20 ปี ตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์ สามีของเธอคิดว่าการกินยาคุมทั้งแบบรายเดือนและฉุกเฉินจะมีผลเสียต่อการมีลูก จากที่พบข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่าอาจไม่มีลูก หรือมีลูกที่ไม่แข็งแรง ทำให้ระบบภายในมีปัญหา จึงคุมแบบหลั่งภายนอก

7.”หลั่งภายนอกครั้งที่ 2 พลาด” สาววัย 18 ปี เธอแต่งงานกับสามีอายุ 50 ปี สามีคิดว่าอายุมากแล้วและอนาคตฝ่ายหญิงอาจมีผู้ชายคนใหม่จึงไม่อยากให้กินยาคุม เพราะกลัวผลกระทบจะมีลูกยาก เลยใช้วิธีหลั่งภายนอกมาได้ 1 ปี เพราะมั่นใจว่าหลั่งนอกได้ถูก พอมีเพศสัมพันธ์ต่อครั้งที่ 2 ก็หลั่งนอกอีก ตอนนี้เธอท้องได้ 14 สัปดาห์

8.”กลัวการใช้ถุงยาง” นักศึกษาวัย 21 ปี คบกับแฟนได้ 6 เดือน และมีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่อายุ 17 ปีโดยใช้ถุงยางอนามัยตลอดก็ไม่เคยท้อง เธออ่านพบบทความในวารสารว่า ถ้าใช้ถุงยางจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ก็เลยคิดว่ามีส่วนไหมที่ทุกวันนี้คนเป็นมะเร็งปากมดลูกกันเยอะ ก็เลยให้แฟนใช้วิธีหลั่งภายนอก ผลคือ ท้อง

9.”ไม่ลืมกินยาคุม” หญิงวัย 40 ปี ตั้งแต่แต่งงานมาได้ 1 ปี จะกินยาคุมทุกวันก่อนนอน โดยไล่กินตามแถวของแผงยาตลอด คิดว่าไม่ลืมกิน และไม่เคยหยุดกิน ตอนนี้มีแฟนใหม่ชาวต่างประเทศอายุ 55 ปี ท้องได้ 8 สัปดาห์ 6 วัน

10.”นานๆ สามีกลับบ้าน” หญิงวัย 35 ปี ท้อง 12 สัปดาห์ 5 วัน เพราะไม่ได้คุมกำเนิด เธอผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ข้างหนึ่งหลายปีก่อน อีกอย่างแฟนทำงานต่างจังหวัด นานๆ กลับมาบ้านที เลยคิดว่าไม่น่าจะท้องง่าย

11.”ลืมกินยาคุมไป 3 วัน” สาววัย 25 ปี ท้อง 7 สัปดาห์ เธอไม่กล้าฉีดยาคุมเพราะกลัวเข็มและการฉีดยา และเคยได้ยินว่าต้องมีลูกก่อนจึงจะฉีดยาคุมได้ ครั้งนั้นเธอไปต่างจังหวัดโดยไม่ได้เอายาคุมไปด้วย ไม่ได้กินยา 2 วัน ซึ่งเป็นช่วง 10 กว่าวันหลังมีประจำเดือน และมีเพศสัมพันธ์กับแฟนครั้งเดียว โดยไม่ได้สวมถุงยาง รุ่งเช้ากินยาคุมฉุกเฉิน แต่ก็ยังท้อง เธอแปลกใจว่าทำไมยังท้องได้

วัยรุ่นเวียดนามทำแท้งสูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน

เวียดนามเป็นประเทศที่มีอัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี สูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน และเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยทำแท้งถึงปีละ 3 แสนคน สาเหตุเชื่อว่าเป็นเพราะขาดความรู้เรื่องการป้องกัน

ในอดีต อัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอยู่ที่ร้อยละ 5 ถึง 7 ต่อปี แต่ในปัจจุบันตัวเลขนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 อาจเป็นเพราะสภาพสังคมและทัศนคติของเยาวชนที่เปลี่ยนไป รวมถึงการไม่ใส่ใจในความสำคัญของเพศศึกษาและการคุมกำเนิด

เหงียน ที ฮง มิน ผู้อำนวยการแผนกวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลแม่และเด็ก กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพบว่ามีหลายกรณีที่หญิงสาวกลับมาทำแท้งมากกว่า 1 ครั้ง และเมื่อเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิด หญิงสาวเหล่านี้ก็รับฟังอย่างตั้งใจ แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็ตั้งครรภ์ซ้ำและกลับมาทำแท้งอีก ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่เข้าใจว่าทำไมวัยรุ่นสาวเหล่านี้จึงไม่หาทางป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่และพยาบาลกำลังใช้ความพยายามที่จะทำความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนครอบครัว ก็พบว่าสิ่งที่หญิงสาวเหล่านี้ไม่มี คือ ความรู้เรื่องเพศศึกษา การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และการใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการอบรมให้มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของทางโรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่ควรมีการส่งเสริมทั้งในโรงเรียน และภายในครอบครัว โดยผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากเยาวชนต้องการการชี้นำและการดูแลเอาใจใส่ให้เดินไปในทางที่ถูก และอีกทางหนึ่งที่เยาวชนทำได้ คือการเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่เชื่อถือได

แม่สเปนใจเหี้ยม! ทิ้งลูกน้อยในไส้ลงท่อ หลังทำแท้งด้วยการใช้ยาสอดไม่สำเร็จ

แม่สเปนใจเหี้ยม! ทิ้งลูกน้อยในไส้ลงท่อ หลังทำแท้งด้วยการใช้ยาสอดไม่สำเร็จ

ทำแท้ง

ชาวสเปนแจ้งหน่วยดับเพลิง หลังได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวดังจากท่อน้ำ แต่ต้องตะลึงเมื่อกลายเป็นทารกอายุ 2 วัน ส่วนแม่เด็กถูกจับฐานพยายามฆ่า แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมาเพื่อดูแลลูก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 มิ.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสเปน จับกุมแม่วัยรุ่นใจโหดอายุ 26 ปี ข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ฐานพยายามฆ่าลูกในไส้ ด้วยการใช้ยาทำแท้งและทิ้งลงในชักโครก หลังเพิ่มลืมตาดูโลกหมาดๆ

ทั้งนี้ เด็กทารกอายุ 2 วัน ถูกพบหลังจากผู้อยู่อาศัยในละแวกดังกล่าวโทรศัพท์แจ้งหน่วยดับเพลิง เมื่อเวลา 02.00 น. วานนี้ หลังจากได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวและคาดว่ามีสัตว์ติดอยู่ในท่อ แต่การค้นหานาน 40 ชั่วโมง กลับพบทารกที่ยังมีสายสะดือถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติก ติดอยู่ในท่อระบายน้ำริมทางเดินใกล้กับแฟลตแห่งหนึ่ง ที่เมืองอลิกันเต้ แคว้นอลิกันเต้ ทางภาคใต้ของสเปน

ทารกเคราะห์ร้ายถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา อาการค่อนข้างหนัก มีร่องรอยได้รับบาดเจ็บและแขนหัก 1 ข้าง แต่ไม่อันตรายถึงกับชีวิต หนัก 4.8 ปอนด์ ส่วนผู้เป็นแม่อายุ 26 ปี ถูกควบคุมตัวที่โรงพยาบาล หลังยอมรับกับคณะแพทย์ว่าทำแท้งไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจกระทำการดังกล่าว

อย่างไรก็ดี แม่ใจเหี้ยมถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา เนื่องจากได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้ดูแลเด็ก แต่ยังโดนตั้งข้อหาพยายามฆ่า ส่วนขณะนี้แม่และเด็กได้รับการดูแลอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมืองอย่างใกล้ชิด ด้านเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ระบุว่าจะตรวจสอบครอบครัวของทารกอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่าจะปล่อยให้ดูแลกันเองต่อไป หรือรับมาดูแลในสถานสงเคราะห์

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุลักษณะคล้ายกัน ที่เมืองจิ้นหู มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน โดยทารกเพศชายถูกพบติดในท่อน้ำทิ้งภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ขณะที่มารดาสาววัย 22 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็น “อุบัติเหตุ” คลอดบุตรโดยบังเอิญ ระหว่างทำธุระในห้องน้ำ เป็นเหตุให้ลูกน้อยตกลงไปในท่อโสโครก

ยาขับเลือด คืออะไร? | ร้านขายยาทั่วไปจะมีขายมั้ยค่ะ? – มีคำตอบ กูรู

พิเศษ

ยาขับเลือด คือยาบำบัดแบบแผนโบราณของจีน ช่วยกระตุ้นเซลล์โดยการเพิ่มออกซิเจน
และระบายของเสียในเซลล์ กระตุ้นระบบเมตาบอลิซึ่มของร่างกาย
กระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพร่างกายแข็งแรง
เป็นที่รู้จักแพร่หลายมานานนับพันปี แต่เมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้
มีความเชื่อว่ากินยาขับเลือด แล้วสามารถทำให้ยุติการตั้งครรภ์ได้!!!
ซึ่งเป็นความเชื่อผิดๆ

จนถึงยุคปัจจุบัน มียาค้นพบตัวใหม่ชื่อว่า Mifepristone มีชื่อย่อว่า RU-486
เป็นยาที่ผลิตมาเพื่อทำแท้งโดยเฉพาะ ทำหน้าที่ยุติการตั้งครรภ์
ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารโปรเจสเตอโรน(Progesterone)ทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง
กรณีสตรีมีครรภ์ได้รับยา RU-486 เข้าไปจะทำให้เกิดอาการแท้งบุตร
RU486 ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในประเทศ แต่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาจำหน่าย
ใช้ชื่อเรียกภาษาชาวบ้านว่า ยาขับเลือด ทับศัพท์เดิมไป (-_-)”
จุดประสงค์เพื่อให้คนจำได้ง่าย เข้าใจง่ายกว่า RU-486 ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ และ ศัพท์เฉพาะ

บทสรุป
ยาขับเลือด ในอดีตคือยาช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง
ยาขับเลือด ในปัจจุบันคือยา RU-486 (Mifepristone) หรือมีศัพท์ใหม่ว่า ยาทำแท้ง นั้นเอง

ต้องการสั่งซื้อยาขับเลือด

ติดต่อคลินิกแพทย์หญิงวิภาวรรณ http://clinicparada.com โทร.061-6248763

ยาขับเลือด

จังหวัดที่จัดส่งของ :
เชียงราย
เชียงใหม่
น่าน
พะเยา
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
อุตรดิตถ์
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
สกลนคร
สุรินทร์
ศรีสะเกษ
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อุดรธานี
อุบลราชธานี
อำนาจเจริญ
กรุงเทพมหานคร
กำแพงเพชร
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นครสวรรค์
นนทบุรี
ปทุมธานี
พระนครศรีอยุธยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สิงห์บุรี
สุโขทัย
สุพรรณบุรี
สระบุรี
อ่างทอง
อุทัยธานี
จันทบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี
ตราด
ปราจีนบุรี
ระยอง
สระแก้ว
กาญจนบุรี
ตาก
ประจวบคีรีขันธ์
เพชรบุรี
ราชบุรี
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ระนอง
สตูล
สงขลา
สุราษฎร์ธานี
ยะลา

Design & Search Engine Optimization for Google.co.th